แนวข้อสอบ o-net ม. 3 ปี 2554







ดาวน์โหลดข้อสอบ o-net ม.3
ภาษาไทย
http://testo-net.oporjang.com/wp-content/uploads/2011/01/m3-thai-2551.pdf
วิทยาศาสตร์/สังคมศึกษา
http://testo-net.oporjang.com/wp-content/uploads/2011/01/m3-science-social-2551.pdf
คณิตศาสตร์/อังกฤษ
http://testo-net.oporjang.com/wp-content/uploads/2011/01/m3-math-eng-2551.pdf
เฉลย
http://testo-net.oporjang.com/wp-content/uploads/2011/01/keyOnet52_M3(2).pdf
เป็นหัวข้อที่ต้องหยิบยกมาถกเถียงกันทุกปี เกี่ยวกับการแข่งขันด้านการศึกษาแห่งชาติพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า O-net ที่เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพิ่งจะสอบไปวันที่ 18-19 เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ โดยนักเรียนทั้งหลายพอเห็นแบบทดสอบแล้ว เป็นต้องพูดไม่ถูก งงเต้กเป็นแถว เนื่องจากแบบทดสอบนั้นประกอบด้วยคำถามที่คลุมเครือ จนไม่อาจเลือกคำเฉลยที่ถูกได้… และ พอออกจากห้องสอบ ปัญหาดังกล่าว ก็ตกเป็นหัวข้อประชุมกัน โดยบรรดาเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ได้จดจำคำถามดังกล่าว แล้วเอาไปโพสต์ในเว็บไซต์ต่าง ๆ เกี่ยวกับข้อสอบ o-net ป.6
คำถามที่เป็นที่พูดถึงกันมากคือ…
หากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาต้องทำอย่างไร?
ก.ชวนเพื่อนไปเตะบอล
ข.ปรึกษาครอบครัว
ค.พยายามนอนให้หลับ
ง.ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ
จ.ชวนเพื่อนสนิทไปดูหนัง
“เป็นแฟนกันต้องแสดงออกยังไงให้ถูกประเพณีไทย”
ก.เดินโอบไหล่ซื้อของ
ข.ชวนไปทานข้าวดูหนัง
ค.นอนหนุนตักในที่สาธารณะ
ง.ชวนกันไปทะเลค้างคืน
จ.ป้อนข้าวกันในร้านอาหาร
“อาการลักเพศจะมีพฤติกรรมแสดงออกมาอย่างไร”
ก.สะสมชั้นในเพศตรงข้าม
ข.แต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม
ค.รักกับเพศเดียวกัน
ง.โชว์อวัยวะเพศ
จ.แอบดูเพื่อนต่างเพศในห้องน้ำ
ข้อสอบวิทยาศาสตร์ที่ถูกถามถึงเป็นอย่างมาก คือ ..
“ชาวบ้านเจอวัตถุประหลาด ลักษณะกลม ๆ นิ่ม ๆ ต้องให้กินน้ำไม่งั้นจะหดเล็กลงเป็นก้อนแข็ง ๆ แต่พอให้น้ำจะกลับสภาพเดิม สิ่งนั้นคืออะไร ”
ก.ไข่พญานาค
ข.ไข่สลาแมนเดอร์ยักษ์
ค.หินเขี้ยวหนุมาน
ง.เม็ดชานมไข่มุก
จ.เจลดินวิทยาศาสตร์

จากข้อคำถามดังกล่าว ล่าสุด วานนี้ (20 กุมภาพันธ์) นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตน ยังไม่เห็นข้อสอบจึงไม่สามารถแสดงความเห็นได้ในเรื่องนี้ แต่การออกข้อสอบทุกข้อทุกวิชา จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อวัดผลอยู่แล้ว และต้องมีมาตรฐาน ต้องผ่านการกลั่นกรองหลายขั้นตอนกว่าจะมาเป็นข้อสอบ 1 ข้อ
อย่างไรก็ตาม นายสมหวัง กล่าวต่อว่า ในส่วนของตัวข้อสอบนั้น ถึงแม้ว่าตนจะมีตำแหน่งเป็นประธานบอร์ด สทศ. แต่ไม่มีสิทธิพิเศษที่จะเห็นข้อสอบก่อนการสอบ จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับผิดชอบในส่วนนี้ ซึ่งคนที่จะให้ข้อมูลได้ดีที่สุดคือ นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สทศ. เพราะเป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด แต่ถ้าหากมีนักเรียนคนไหนมีข้อคำถามเกี่ยวกับข้อสอบ ขอให้เสนอเข้ามาที่นายสัมพันธ์ได้เลย

ขณะที่ นางอุทุมพร จามรมาน ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการแผ่นดิน อดีต ผอ.สทศ. ให้สัมภาษณ์ว่า ปกติข้อสอบที่ดีต้องไม่กำกวม และข้อสอบต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งสมัยตนดำรงตำแหน่งเคยมีข้อสอบสุขศึกษาและพลศึกษาเป็นที่ที่ฮือฮาเหมือน กัน โดย ถามว่า “ถ้าตั้งครรภ์แล้วที่ถูกต้องควรไปหาใคร” ซึ่งก็มีนักเรียนท้วงติงมา แต่ถ้าจริง ๆ แล้วนักเรียนอ่านหนังสือมาจริง ๆ ก็จะทราบว่า คำตอบต้องตอบว่า “ไปหาพ่อแม่” ซึ่งเด็กส่วนมากเลือกตอบ “ไปหาเพื่อน” ซึ่งเป็นการคิดในสังคมปัจจุบัน
ส่วนคำถามในปีนี้ที่ถามว่า “หากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาต้องทำอย่างไร” นางอุทุมพร กล่าวว่า คำตอบที่ถูกต้องคือ “ปรึกษาครอบครัว” ซึ่งข้อสอบเหล่านี้เป็นข้อสอบที่แสดงถึงข้อเท็จจริง ต้องตอบอิงความเป็นจริงที่ถูกต้อง ไม่ใช่ตอบตามความเป็นจริงในสังคม และตนคิดว่า เรื่องนี้คุณครูจะต้องสอนตามข้อเท็จจริงอยู่แล้ว ตนจึงคิดว่า ข้อสอบดังกล่าว ออกได้ เพราะโอเน็ตเป็นข้อสอบที่วัดผลการเรียนการสอน ไม่ได้วัดผลตามการใช้ชีวิต

ทางด้าน นางสาวเพชรไพริน ทองพหุสัจจะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ข้อสอบโอเน็ตในปีนี้ สำหรับวิชาสุขศึกษา ตนคิดว่าไม่ยาก แต่ตัวเลือกทั้ง 5 ข้อค่อนข้างกำกวม เช่นข้อที่ถามว่า เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาต้องทำอย่างไร มีตัวเลือกที่ชวนเพื่อนไปเตะบอล ซึ่งตนเป็นผู้หญิง ตนก็ไม่เลือกข้อนั้่นอยู่แล้ว และตนก็ไม่รู้ข้อไหนเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ผู้หญิง และผู้ชาย อาจจะตอบไม่เหมือนกันก็ได้ ตนจึงไม่แน่ใจว่า ข้อความวัดอะไร แต่ที่แน่ ๆ คือข้อสอบข้อนี้กำกวมมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก กระปุกดอทคอม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก ข่าวสด



