ซัดกันเอง! องค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์ มาตรา 112 คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับเบื้องสูง กลายเป็นเรื่องดราม่าไปซะแล้ว

     สำหรับเรื่องของการแก้ไขมาตรา 112 นี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆเลย เนื่องจากมีการตอบโต้กันเป็นระยะๆ ของกลุ่มนิติราษฎร์และกลุ่มขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกลุ่มอื่นๆ ที่ต่อการกลุ่มนิติราษฎร์หรือคนที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 นี้ ซึ่งกฏหมายที่เกี่ยวกับมาตรา 112 คือ กฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้โพสต์จดหมายที่มีการลงชื่อโดย รองอุปนายก อมธ.ขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ใน Facebook ส่วนตัว

     โดยจดหมายดังกล่าวระบุเรื่อง “เสนอให้ลงมติโดยนักศึกษาในการใช้พื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและเรื่องมาตรา 112″ เนื้อหาในจดหมายดังกล่าว ลงวันที่ 6 ก.พ.55 ระบุว่า

     “เนื่องด้วยองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มีความประสงค์ที่จะแสดงให้คนภายนอกเห็นถึงความมีเสรีภาพและเพื่อลดแรงกดดันต่อคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ทางองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) จึงมีความคิดเห็นว่าให้จัดการลงมติโดยนักศึกษาเพื่อแสดงจุดยืนให้คนภายนอกทราบว่าไม่เพียงแต่คณะผู้บริหารที่มีมติเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้นทั้งนักศึกษาส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยเนื่องจากพื้นที่การศึกษานี้คนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือนักศึกษา ในเมื่อเรามี กกต.ที่สามารถดำเนินการได้ทันที องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งในการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ทั้งไม่มีผลประโยชน์และพวกที่มีผลประโยชน์แอบแฝง
จึงเรียนมาเพื่อขอความอนุเคราะห์ไตร่ตรองขอเสนอ”
ท้ายจดหมาย มีลายมือของนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เขียนกำกับว่า “การลงมติโดย นศ.เห็นว่าทำได้ และผมใคร่ขอให้ นศ.เป็นผู้ดำเนินการครับ”

 

 
     จากนั้นนายรักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ อุปนายก อมธ. ได้โพสแสดงความเห็นว่า “จดหมายดังกล่าวเป็นการแอบอ้างใช้กระดาษหัวองค์การของราชการ และไม่ใช่มติขององค์การนักศึกษา” ก่อนข้อความดังกล่าวถูกลบไป
ทำให้นายรักษ์ชาติ์ (อุปนายก อมธ.) ได้โพสชี้แจงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

     “ผมขอชี้แจงอีกรอบ ว่าจากจดหมายที่ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอามาลงนั้น เกิดจากความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเพียงผู้เดียว ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทางองค์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ผู้เขียนนำหัวกระดาษมาเขียนเพื่อเป็นเอกสารทางการ”
     “การกล่าวอ้างว่า ′นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย′ นั้นไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด น่าจะเกิดจากความเห็นส่วนตัว เพราะไม่มีการลงมติใดๆจากนักศึกษาเลย”
     “ผมได้ทำการชี้แจงลงบนหน้าวอลล์โพสต์ของท่านอธิการบดีสมคิด ก็กลับถูกลบไปอย่างรวดเร็ว (ตอนนี้ไปเขียนเพิ่มอีกนิดแล้ว ไม่รู้ว่าจะโดนลบอีกเมื่อไร) ผมจึงอยากชี้แจงในวอลล์ตนเองอีกครั้ง”
     “ผมเชื่อว่าองค์การนักศึกษายังคงยืนยันแถลงการณ์เดิมเพื่อให้ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทบทวนมติที่ออกไปและยังไม่มีแถลงการณ์อื่นใดต่อจากนั้น”
     “นี่คือการกระทำที่แอบอ้าง โดยการใช้ชื่อองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำให้เกิดการเข้าใจผิด บิดเบือน เป็นความจงใจกลั่นแกล้งทางการเมืองที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีท่ามกลางช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายควรใช้เหตุผลในการหาทางออกมิใช่การแอบอ้างเพื่อสร้างความเข้าใจผิดและความแตกแยกต่อองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

     ต่อมา นายภาณุพงศ์ (รองอุปนายก อมธ.) แสดงความเห็นในโพสของนายสมคิด ว่า
     “สมาชิก อมธ.ท่าพระจันทร์ จากหนังสือที่ส่งไปเป็นการประชุมและลงความเห็นอย่างถูกต้องตามกระบวนการโดยมีฝ่ายต่างๆ”
     “ไม่ได้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวแต่อย่างใด พวกเราหวังเพียงหากพวกท่านมั่นใจหลักการประชาธิปไตยที่หลายๆท่านเรียกร้อง เราเสนอให้ลงมติเพื่อจะลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นทุกคนก็อ้างไปอ้างมาอยู่เช่นนี้ บางท่านไปออกทีวีขึ้นว่า ตัวแทนนักศึกษาธรรมศาสตร์ ทั้งที่จริงสิ่งเหมาะสมที่สุด คือ นายก อมธ. เพราะมาจากการเลือกตั้ง นั่นไม่ใช่เสียงทั้งหมดแต่ก็มาจากกระบวนการประชาธิปไตย ใช่ไหมครับ มีคนบอกว่า เรียนแล้วไม่คิดเสียเวลา คิดโดยไม่ได้เรียน อันตราย สิทธินั้นคู่กับเสรีภาพแต่อีกอย่างคือไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น? ด้วยความเคารพทุกท่าน”
 
     ทำให้ นายรักษ์ชาติ์ (อุปนายก อมธ.) โพสตอบโต้ นายภาณุพงศ์ (รองอุปนายก อมธ.) ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า
 
     “ที่รองอุปนายกฯ ระบุว่าตัวแทนนักศึกษาต้องเป็นนายกซึ่งมาจากการเลือกตั้งนั้น เขาบอกว่าตนเองก็มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน ขณะที่ตำแหน่งรองนายกมาจากการแต่งตั้ง ซึ่งหากจะอ้างความชอบธรรมว่าตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งควรจะเป็นตัวแทนนักศึกษา เช่นนั้นแล้ว รองอุปนายกมีความชอบธรรมใดในการออกมติ ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า เขาออกสื่อโดยใช้ชื่อว่าตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ชี้แจงว่าได้บอกทุกรายการที่ไปออกว่าเขาพูดในนามส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับ อมธ.แต่อย่างใด”
ล่าสุด องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เผยแพร่แถลงการณ์กรณี จดหมายเรื่อง เสนอให้ลงมติโดยนักศึกษาในการใช้พื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและเรื่องมาตรา 112 มีเนื้อหาว่า
 


     “ตามจดหมายเรื่อง เสนอให้ลงมติโดยนักศึกษาในการใช้พื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและเรื่องมาตรา 112 ถึง ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีฯ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 ลงนาม นายภาณุพงศ์ รอดทอง รองอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
 
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้
     1. การลงมติใดๆ ซึ่งหมายความรวมถึงการออกหนังสือขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ต้องได้รับเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามความในข้อ 47 แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2522
“เมื่อมิได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในกรณีที่จดหมายดังกล่าวกล่าวถึงเลย การที่นายภาณุพงศ์ รอดทองได้ทำจดหมายถึง อธิการบดีฯ นั้น จึงมิใช่การออกจดหมายในนามองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“ดังนั้นจดหมายฉบับดังกล่าวจึงเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของ นายภาณุพงศ์ รอดทอง และไม่อาจออกจดหมายโดยใช้หัวจดหมายขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้
 
     2. นายภาณุพงศ์ รอดทอง มิได้เป็นคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2554
“ด้วยจิตคารวะ
“คณะกรรมการบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“7 กุมภาพันธ์ 2555″
 
 
ขอบคุณที่มาจาก เว็บไซต์ประชาไท / เฟซบุ๊ก อมธ. , mthai.com
 
 
 
 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติเป็นเอกฉันท์ ห้ามใช้เป็นสถานที่เคลื่อนไหว มาตรา 112

 

     หลังจากที่ตกเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งหลังจากที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากมีอาจารย์บางส่วนที่ใช้ชื่อภายใต้กลุ่มกลุ่มนิติราษฎร์ ได้เสนอให้มีการแก้มาตรา 112  ซึ่งที่ประชุมของทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าห้ามไม่ให้มีการใช้สถานที่ในมหาวิทยาลัยเพื่อการเคลื่อนไหวเพื่อการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

 


     อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมคิด  เลิศไพฑูรย์ ได้มีการเขียนข้อความลงใน Facebook ของตนเองซึ่งข้อความดังกล่าวมีเนื้อหาใจความว่า มติเอกฉันท์ในที่ประชุมของกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย คณบดี ผู้อำนวยการสำนักสถาบัน ว่า ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะสำนักสถาบัน ห้ามไม่ให้มีการใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อใช้ในการเคลื่อนไหวในการแก้ มาตรา 112 เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นเหตุให้เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการดำเนินการของทางมหาวิทยาลัยและอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงเนื่องจากอาจคิดว่ามหาวิทยาลัยเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 ดังกล่าว รวมทั้งมหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ราชการ

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก กระปุกดอทคอม

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไอ.เอ็น.เอ็น

 

 

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.